"รีไซเคิล" แบบ "คนเมือง ยุค 4.0"

"รีฟัน แมชชีน" เปลี่ยนการทิ้งขยะแบบเดิม ให้เป็นพลังสร้างสรรค์

กระป๋องและขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว สามารถเอาไปรีไซเคิลได้ 

รีไซเคิล! เรารู้..แต่จะต้องทำไง? เอาไปรีไซเคิลที่ไหน ? รีไซเคิลยุ่งยากไหม? ทำแล้วได้อะไร? สกปรกไหม? ฯลฯ

จากคำถามเหล่านี้ จึงเป็นเหตุให้ อนน เชาวกุล CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท รีฟัน จำกัด หันเหชีวิตจากงาน "วิศกรสิ่งแวดล้อม" ซึ่งร่ำเรียนมาจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์สิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็น "คนรับซื้อของเก่า" ก่อตั้งบริษัท รีฟัน จำกัด ที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานี

เท่านั้นยังไม่พอ เขายังลุกขึ้นมาเปลี่ยนการรีไซเคิลให้กลายเป็นเรื่องง่าย ที่ไม่ว่าใครก็ทำได้ ด้วยการคิดค้นและผลิต "รีตู้รีฟัน ตู้ไซเคิลอัตโนมัติ" (Refun Machine) เปลี่ยนการทิ้งขยะแบบเดิม ให้เป็นพลังสร้างสรรค์  ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่าคนรักษ์โลก 

แต่ก่อนจะมาเป็น "ตู้รีฟัน" สุดล้ำตู้น้ำ  อนน วัย 38 ปี ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ก่อนที่จะมาทำรีฟัน ผมเป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อม ทำงานแก้ปัญหาขยะ 

“เดิมทีเดียว วิศวกรสิ่งแวดล้อมจะเอาขยะไปทิ้งหลุมฝังกลบ แต่สุดท้ายเราก็มองว่า ทำไมมาแก้ปัญหาขยะด้วยวิธีการนี้ การแก้ปัญหาคือไม่ควรสร้างขยะมาดีกว่าไหม ไม่ต้องเอามาที่หลุมฝังกลบ แต่สามารถรีไซเคิล หรือทำอะไรได้อีกหลายอย่าง” 

ด้วยความตั้งใจที่อยากแก้ปัญหาขยะ อยากให้ปริมาณขยะลดลง อนนก็หันมาสนใจการ “รีไซเคิล” ซึ่งที่สุดแล้ว เขาพบว่า การรีไซเคิล คือ การรับซื้อของเก่า 

“ซึ่งนี่คือ ส่วนหนึ่งในการลดขยะในสังคมได้”  

จากนั้น เขาจึงเบนเข็มชีวิต กลับบ้านเกิด และซื้อแฟรนไชส์ร้านรับซื้อของเก่ามาดำเนินกิจการ ทำได้ 10 กว่าปี ก็เห็น “ช่องว่าง” ว่า รูปแบบการรับซื้อของเก่าแบบเดิมๆ ที่มีคนรับซื้อของเก่า ขับซาเล้ง ปิ๊กอัพ ไปรับซื้อถึงที่บ้าน “เข้าไม่ถึง” คนในสังคมเมือง และคนรุ่นใหม่ 

“เด็กรุ่นใหม่ทุกคน รู้จักเรื่องการจัดการขยะอยู่แล้ว แต่ไม่มีกระบวนการให้เขาได้ทำอย่างจริงจัง ยกตัวอย่าง ผมไปบรรยายเรื่องการคัดแยกขยะในมหาวิทยาลัย เด็กตอบได้หมดว่าต้องทำอย่างไร แต่พอถามว่า กลับไปที่หอได้ทำไหม เด็กตอบไม่ได้ว่าต้องทำยังไง” 

“ซึ่งนี่คือ สิ่งที่คนส่วนใหญ่เป็น มีความรู้ทางวิชาการ มีการรณรงค์ให้ความรู้มาตลอด  แต่เราไม่มีขบวนการให้คนเหล่านี้ได้ลงมือทำ”

จากตรงนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ อนนอยากทำอะไรที่มากกว่าการรณรงค์ด้วยป้าย ด้วยข้อความ 

“ผมอยากทำอะไรที่ทำให้เกิดกิจกรรมเพื่อให้กล้ามเนื้อขยับ จนฝังเป็นนิสัย แล้วเกิดเป็นจิตสำนึกตามมา” 

"ตู้รีฟัน ตู้รีไซเคิลอัตโนมัติ" (Refun Machine) จึงถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย 

“ผมเห็นโมเดลจากหลายประเทศที่มีตู้รับซื้อขยะอัตโนมัติ จึงอยากลองทำดูบ้างว่า รูปแบบนี้ จะทำได้ในไทยไหม”  

“ตู้รีฟัน” ตัวแรก ที่เป็น “ตู้ต้นแบบ” พัฒนาขึ้นจากตัวโปรแกรมที่ใช้อยู่ประจำที่ร้าน 

“เราทำขึ้นเพราะอยากทดลองใช้เอง มีสิ่งนี้หน้าปากซอย แล้วให้คนลองคอมเมนท์ ก็พบว่า มีคนสนใจพอสมควร” 

อนน และทีมงานซึ่งเป็นอาจารย์และนักศึกษาจากเทคนิคอุบล ก็ร่วมกันพัฒนาตู้รีฟันอย่างต่อเนื่อง 

กระทั่งในปี 2558 เขาส่ง “ตู้รีฟัน” เข้าประกวดในรายการเปลี่ยนเถิดประเทศไทย ของ สสส และได้รับรางวัล “ไอเดียขวัญใจมหาชน” ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้จากการโหวต SMS จากคนไทยทั่วประเทศ 

“รางวัลนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำต่อ เพราะเราเชื่อว่า มีคนคิดเหมือนเรา และอยากใช้ตู้นี้เหมือนเรา” 

ปัจจุบัน ตู้รีฟัน ถูกพัฒนาในรูปแบบธุรกิจ โดยทำหน้าที่ “รับขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว” เป็นตู้โดยอัตโนมัติ มีหน้าจอขนาด 19 นิ้ว 

“ตู้รีฟันรับเฉพาะขวดพลาสติก หรือ ขวด PET อย่างเดียว เพราะเป็นขวดที่มีคนใช้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำดื่ม ขวดโค้ก แฟนต้า มิรินด้า ชาเขียว โดยขวด PET เป็นพลาสติกชนิดเดียวที่นำไปทำเส้นใยผลิตเสื้อยืด พรม ผ้าบุรถยนต์ ผ้าปูสนามบิน จากขวดใช้แล้ว ถ้าเราเอามาวนใช้ 3-4 รอบ ก็เป็นการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่ามากกว่า และใช้พลังงานน้อยกว่า” 

สำหรับขั้นตอนการทำงานของตู้นั้น เรียกว่า “สนุกสมชื่อ” ขั้นตอนแรกให้เข้าไปปสมัครเปิดบัญชีสมาชิกในเว็บไซต์ http://refun.com/ ใส่ชื่อที่อยู่ อีเมล์ และเบอร์โทร เพียงเท่านั้นก็สามารถสะสมแต้มจากการหยอดขวด โดยคะแนนจะเก็บสะสมใน “เซิร์ฟเวอร์” ของรีฟัน จึงหมดห่วงเรื่องคะแนนจะหายไปได้  ปัจจุบัน มีสมาชิกแล้วหมื่นกว่าคน

สำหรับการทำงานของตู้รีฟัน อนน อธิบายว่า เมื่อนำขวดหยอดเข้าไปที่ตู้ เครื่องจะทำการสแกนขวด ถ้าถูกต้องไม่มีน้ำ ตู้จะดึงขวดเข้าไป และให้คะแนนสะสม ขวดใบเล็ก 50 คะแนน ใบใหญ่กว่า 1 ลิตร ให้ 100 คะแนน  

“เรามีกี่ขวดก็หยอดสะสมคะแนนไปเรื่อยๆ ได้ โดยคะแนนสามารถนำมาแลกของรางวัล เช่น เงินสด คูปอง หรือส่วนลดต่างๆ ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของเจ้าของตู้นั้น” 

ล่าสุด ตู้รีฟันได้รับความสนใจจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนติดต่อซื้อหรือเช่าตู้รีฟันไปติดตั้งแล้ว 18 ตู้ และกำลังรอส่งมอบอีก 10 กว่าตู้ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สยามดิสคัฟเวอรี่ , เซ็นทรัลเวิลด์, ปั๊มปตท.สำนักงานใหญ่, คอนโดแสนสิริ 

“ที่เซ็นทรัลเวิลด์ สามารถนำแต้มที่สะสมจากการหยอดขวด ไปลดอาหารร้านโยชิโนย่า ร้านคัทซึยะ เสื้อผ้า และเครื่องสำอางได้ ที่นี่มีคนหยอดเยอะมาก เยอะจนเป็นกิจกรรมของเขาไปแล้ว คนเดินผ่านก็หยอด ตอนนี้ยอดเซ็นทรัลเวิลด์สูงสุด เดือนละหมื่นใบ” 

“ส่วนปั๊มปตท.สำนักงานใหญ่ จะเป็นคนที่ไปวิ่งสวนรถไฟ แล้วซื้อน้ำดื่ม เขาก็มาหยอดกัน เมื่อสะสมแต้มได้ 500 คะแนน ก็นำไปใช้เป็นส่วนลดกาแฟอะเมซอนได้ 5 บาท”

“ขณะที่จุฬาฯ ซึ่งมีตู้รีฟัน 3 ตู้ แต้มสะสม 2500 คะแนน เท่ากับเงิน 5 บาท นิสิตสามารถปริ๊นสลิป ใช้แทนเหรียญ 5 บาท ไปซื้อของได้ที่สหกรณ์จุฬาฯ แล้วสหกรณ์จุฬา ก็นำคูปองไปแลกเงินกับผู้ดูแลตู้รีฟันอีกที” 

“หรือที่คอนโด แสนสิริ ซึ่งเป็นที่แรกๆ วางตู้รีฟัน ลูกบ้านหยอดตู้ เพื่อเอาขวดไปขาย และเอาเงินไปทำบุญกัน หรือเก็บแต้มไปแลกกระเป๋าหรือของพรีเมียมของแสนสิริได้” 

“นี่คือคอนเซ็ปต์ของรีฟัน ที่เราสามารถปรับให้เหมาะกับหลายๆที่ เพราะจริงๆ แล้ว คนรู้ว่า การรีไซเคิลทำยังไง แต่ไม่มีกระบวนการที่ง่าย และสะดวกกับเขา และเราทำให้ขยะมีมูลค่ามากขึ้น และมีผลประโยชน์เชิงสังคม ให้คนหันมาคัดแยกขยะ และใช้ชีวิตที่สนุกขึ้น" 

นอกจาก "ตู้รีฟัน" ทางบริษัทยังพัฒนาโปรแกรมธนาคารขยะออนไลน์ "ธนาคารรีฟัน" (Refun Bank) ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้โปรแกรมกับ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ประจำจังหวัดอุบลราชธานี 

ผลสำเร็จจากการใช้โปรแกรม สามารถสร้างส่วนร่วมในการคัดแยกขยะของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจนเกิดเป็นพฤติกรรมเป็นนิสัย โดยตลอด 1 ปีที่ดำเนินการ โรงพยาบาลขายขยะได้ 1 ล้านบาท และสามารถนำส่วนต่าง 2 แสนบาท ตั้งเป็น "กองทุนของโรงพยาบาล" นำเงินส่วนนี้ไปซื้อถังขยะ ทำบ่อบำบัดน้ำเสีย 

"เมื่อก่อนโรงพยาบาลไม่เคยมีเงินจากขยะ แต่พอเกิดโครงการนี้ขึ้นมา สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ที่สำคัญยังได้ข้อมูลปริมาณขยะเพื่อไปตอบกรรมการที่มาตรวจไอเอสโอว่า มีขยะทั้งหมดกี่ตัน ทำให้กรรมการเห็นว่าโรงพยาบาลมีมาตราฐานการจัดการขยะที่ดี" 

จากจุดเริ่มต้นที่อยากช่วยสังคมลดปริมาณขยะ ช่วงแรกๆ ที่ลงมือทำ อนน ยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องต่อสู้กับทัศนคติของคนไทยหลายรูปแบบ

"ทำโครงการวันแรกๆ มีแต่คนพูดว่า คนไทยจะเอาด้วยเหรอ คนไทยไม่ทำแบบนี้ ไม่มีระเบียบ ไม่เอาไหน คนไม่สนใจแบบนี้  แต่ผมไม่เชื่อ และคิดว่าต้องมีคนบางกลุ่มที่มีความคิดแบบเรา เพียงแต่เราต้องออกแบบกระบวนการที่เซอร์วิสเขา ให้เขาได้ใช้ชีวิตเหมือนเดิม เดินห้างเหมือนเดิม แต่ทำกิจกรรมช่วยสิ่งแวดล้อมได้" 

"และพอนำตู้รีฟันไปติดตั้งที่พารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เราพบว่า มีคนถือขยะจากบ้านมาที่พารากอน วัยรุ่นเด็กแนวก็ถือถุงช้อปปิ้งใหญ่ๆ ใส่ขวดมายืนหยอดตู้ นักศึกษายืนหยอด คุณป้าคุณยายยืนหยอด ซึ่งทำให้เรารู้ว่า มีคนกลุ่มหนึ่งที่เยอะพอสมควรที่ไม่ได้ใส่เสื้อม่อฮ่อม ไม่ได้ใช้ถุงผ้า แต่เขาอยากช่วยนะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจ แต่อยากช่วยในบริบทแบบนี้ ทำในสิ่งที่แฮปปี้" 

หลังจากนี้ อนนเผยว่า จะพัฒนาตู้รีฟันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อยากให้การทำสมูธลื่นไหลมากขึ้น รวมทั้งจะเข้าไปพัฒนาคนรับซื้อของเก่า ซึ่งคนเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยลดปริมาณขยะได้  

"เราต้องช่วยคนกลุ่มนี้ให้แข็งแกร่ง มันจะมีช่องทางใดบ้างให้เขาทำงานได้ง่ายขึ้น และปลายทางสุดท้ายของรีฟัน เราหวังว่าเราจะเปลี่ยนความคิดคนเรื่องขยะได้ เช่น เปลี่ยนจากเรียกขยะ เป็นขวดใช้แล้ว กระดาษรอใช้ใหม่ คำว่า ขยะก็หายไป แต่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ เอาไปทำอะไรต่อได้อีก" 

"โลกอนาคตต้องใช้วัสดุเหล่านี้ ซ้ำไปซ้ำมาแน่ๆ เราจะอยู่ได้ด้วยการเอาของกลับมาใช้ใหม่ เราต้องใช้มันให้คุ้มที่สุด จนไม่รอดจริงๆ ค่อยเอาไปเผาเป็นพลังงาน ถ้ายังทำอะไรได้ ควรรีดออกมาให้คุ้ม ก่อนที่จะเรียกว่าขยะ ซึ่งจริงๆก็ไม่ใช่ขยะ แต่คือวัสดุเอาไปทำเป็นเชื่อเพลิง"

"ถ้าเกิดมายด์เซ็ทของคนเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ ก็เป็นเรื่องน่ายินดี" ซีอีโอรีฟันทิ้งท้าย