"รับบริจาคเลือดกลางคืน" "ข.ขวดแลกไข่" เมื่อ LPN ขอออกแบบนโยบายแชร์สุขแก่ชาวคอนโด

ชีวิตในเมืองศิริวิไลท์ไม่ง่าย ชีวิตคนเมืองส่วนใหญ่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน ที่รถติดสาหัส

หลายคนเลือกอยู่ในคอนโด เพราะหวังให้ลดเวลาจากการจราจรที่สาหัส การกลับที่พักที่ง่ายขึ้น สิ่งนี้ต้องแลกกับการอยู่ลำพังในพื้นที่น้อยนิด

“ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” นโยบายแชร์สุข ที่ทำให้ทุกพื้นที่ในชุมชนน่าอยู่

แม้การแชร์สิ่งเล็กๆ ที่เราพอมีแรง มีความรู้ ความสามารถ อาจไม่ใช่พลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ ที่จะสามารถพลิกสังคมให้เปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา แต่ถ้าได้เริ่ม ได้ทดลองลงมือทำด้วยกัน ด้วยความร่วมมือ “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” ซึ่งกันและกันในชุมชน ก็น่าจะช่วยทำให้การอยู่ร่วมกัน มีแต่ความสงบสุขน่าอยู่ มีรอยยิ้มให้แก่กัน เสมือนเป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่รวมกันมิใช่หรือ...?? แล้วถ้าอย่างนั้นจะมัวรออะไร

คุณสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จึงวางเป้านโยบายแชร์สุข เพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยเริ่มต้นจากฝังจิตสำนึกลงไปในจุดเล็กๆ ของกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือร่วมใจในชุมชนของทุกโครงการในเครือฯ คอนโดลุมพินี เพื่อให้เจ้าของร่วม มีการสร้างความสัมพันธ์อันดีแก่กัน และรู้สึกมากกว่าแค่การมาพักอาศัยร่วมกันในชุมชน แต่เป็นการอยู่ร่วมกันที่เปรียบเสมือนกับการอยู่ในครอบครัวใหญ่ของตัวเอง จิตสำนึกที่ดีที่จะรับผิดชอบต่อชุมชน และสังคมร่วมกันแบบหยั่งรากลึก ด้วยความ “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” ซึ่งกันและกัน รวมถึงมีจิตอาสาที่จะแชร์สิ่งดีๆ ให้แก่กันในชุมชน ซึ่งถือเป็นการร่วมสร้างสรรค์ให้สังคมดีขึ้นได้ด้วย โดยเริ่มจากตัวเองก่อน

นโยบายแชร์สุข “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” เพื่อให้สังคมมีชีวิตชีวา และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ควรเริ่มต้นจากการรู้จักกันของคนในชุมชน

ใช่ค่ะ การอยู่ร่วมกันของคนในชุมชนควรจะต้องรู้จักกัน เพื่อที่จะได้มีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน มีการยอม การให้ การรับ และการเกรงใจกัน ทั้งหมดที่เราวางเป้าไว้ถึงจะเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าไม่รู้จักกัน ก็ไม่จำเป็นต้องแคร์อะไร มาถึงก็ต่างคน ต่างเข้าห้องปิดประตู แล้วก็ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ แต่พอเค้ารู้จักกัน ก็จะเริ่มมีความเอื้ออาทรต่อกันเข้ามา จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่ร่วมกันค่ะ โดยผูกโยงด้วยการเอาเรื่องของขนมธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามในแบบไทย และความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม มาสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ในแต่ละชุมชน

เน้นส่งเสริมสังคม และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในหลากหลายโครงการ ด้วยการสร้างความรับผิดชอบที่เริ่มขึ้นจากตัวเองก่อน

ก็จะมีกิจกรรมอย่าง “ข.ขวด แลก ข.ไข่” ที่ทำต่อเนื่องกันมา เพื่อให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการรีไซเคิล หรือเรื่องของการใช้ขวดพลาสติก ทำให้เกิดการคัดแยกขวด และขยะต่างๆ โดยใช้กิจกรรมนี้ในการกระตุ้นให้คนในชุมชนใส่ใจการแยกขวดพลาสติกออกจากขยะค่ะ โดยเราให้ผู้อาศัยแต่ละห้องรวบรวมขวดพลาสติก มานับหรือชั่งกิโลเพื่อแลกกับไข่ต้ม ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อไปที่จะช่วยสอนลูกหลานในอนาคตข้างหน้า ในเรื่องของการเริ่มต้นสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ซึ่งแต่ละกิจกรรม เราไม่ได้สร้างกิจกรรมขึ้นเพื่อต้องการให้ผู้อยู่อาศัยมาร่วมเท่านั้น เรายังได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ในเรื่องของความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วย จากการพบปะพูดคุยทักทาย ได้เห็นรอยยิ้มเวลาเค้ามาเจอกันในชุมชน แบบไม่จำเป็นต้องพึ่งพากิจกรรม แต่กลายเป็นธรรมชาติจากสิ่งที่เราปลูกฝังลงไป บนคอนเซ็ปท์ของความ “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” ซึ่งเราเชื่อว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่จะนำไปสู่ผลที่ยั่งยืน และเป็นความสุขที่แท้จริงได้ค่ะ

คาดหวังให้แต่ละโครงการช่วยปลูกจิตสำนึกที่ดีในการอยู่อาศัยร่วมกันในชุมชน แม้จะยังไม่เป็นรูปธรรมมาก แต่ก็ค่อยๆ ปลูกฝัง ค่อยๆ สร้างกันไป

จริงๆ มันเป็นสิ่งที่เราตั้งเป้ากันไว้ค่ะ แต่ท้ายที่สุดผู้อยู่อาศัยคือคนที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในชุมชนมากกว่า ในอดีตเราสร้างสรรค์กิจกรรมขึ้นจากส่วนกลางของบริษัท คิดกิจกรรมแล้วส่งต่อไปให้แต่ละชุมชนทำกิจกรรม แต่หลังจากที่เราได้เป็นภาคีเครือข่ายกับทางสสส. เราก็ให้สมาชิกได้มามีส่วนร่วมในการคิด มีส่วนในการเป็นเจ้าภาพ ช่วยทำ และช่วยอาสามากขึ้นแล้วค่ะ ล่าสุดมีโครงการอาสา ป้องการภัยในชุมชน โครงการยุวอาสา ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการป้องกันภัยให้กับชุมชน และโครงการที่สำคัญมากๆ อีกโครงการหนึ่ง ที่เราทำร่วมกับทางสภากาชาดไทย ที่เราร่วมกันทำอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปีแล้ว

นั่นก็คือโครงการบริจาคโลหิตให้กับทางสภากาชาดไทยทุกๆ 3 เดือน ที่เจ้าของร่วมในแต่ละโครงการ จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ ก็คือทรัพยากรบุคคลในแต่ละชุมชนนั่นเอง

ซึ่งโครงการนี้ ที่เราร่วมกันหาวิธีในการที่จะทำกิจกรรมบริจาคโลหิตทุกๆ 3 เดือน ทางสภากาชาดเองก็มีเงื่อนไขว่า ในการที่จะนำรถออกมารับบริจาค 1 ครั้ง จะต้องได้เลือดกลับไปในปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้คุ้มค่าในการที่จะเดินทางออกมารับบริจาค ซึ่งเราก็พยายามผลักดันเรื่อยมาตลอด 20 กว่าปี และมีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง แม้บางครั้งจะได้ผู้บริจาคไม่พอกับจำนวนเลือดที่ต้องการ เราก็จะอาศัยการรวบรวมทรัพยากรบุคคลจากหลายๆ โครงการในกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน และใช้การช่วยส่งรถรับส่งอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมบริจาค เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของกิจกรรมในแต่ละปี ซึ่งจำนวนโลหิตที่เราได้รับบริจาค จากประชาคมลุมพินี ก็ถือเป็นอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปีด้วยเช่นกัน จากจำนวนผู้บริจาค และปริมาณที่เคยได้ได้รับบริจาค 303 ยูนิต ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2539 ได้เพิ่มสูงถึง 3,532 ยูนิต ในปี พ.ศ. 2560 เลยทีเดียว

โดยเราก็ได้ประสานงานกับทางสภากาชาดไทย ที่ต้องการจำนวนในการรับบริจาคเลือดเพิ่มขึ้น จึงลองหันมาทำโครงการรับบริจาคในช่วงกลางคืนดู เพราะเรามองว่าสิ่งที่เราเป็นคือคอนโด เป็นที่พักอาศัย ช่วงกลางวันคนก็น่าจะออกไปทำงาน อาจจะไม่สะดวกกัน เลยลองเทสระบบใหม่ โดยปรับเปลี่ยนช่วงเวลาในการรับบริจาคดู ซึ่งในช่วงไพล็อทผลที่ได้ออกมาคือมีคนสนใจให้การเข้าร่วมบริจาคมากขึ้น แต่ปัญหาที่เกิดก็คือ ช่วงเวลากลางคืนอาจเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมนัก เพราะด้วยปัจจัยต่างๆ หลายอย่าง รวมทั้งร่างกายของผู้บริจาคเอง ก็ไม่พร้อมเท่าช่วงเวลากลางวัน เราจึงมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โดยให้โครงการรับบริจาคโลหิตในปี 2561 กำหนดใหม่ให้มีการรับบริจาคในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์แทน แต่ยังคงรับบริจาคอย่างต่อเนื่องทุกๆ 3 เดือนเช่นเดิม โดยมีหน่วยรับบริจาคจำนวน 10 แห่งดังนี้คือ ลุมพินี ทาวเวอร์, ลุมพินี สุขุมวิท 77, ลุมพินี เมกะซิตี้ บางนา, ลุมพินี วิลล์ แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด, ลุมพินี คอนโดทาวน์ รามอินทรา – นวมินทร์, ลุมพินี รามอินทรา – หลักสี่, ลุมพินี พระราม 8, กลุ่มโครงการ พี.เอส.ที., ลุมพินี คอนโดทาวน์ บดินทรเดชา – รามคำแหง, ลุมพินี พาร์ค ปิ่นเกล้า

ซึ่งถือเป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่พวกเราทีมงานทุกคน มีความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ ว่า เราเองก็สามารถทำสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นภายใต้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ได้ แม้จะไม่ได้ทำขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง แต่มีเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันเข้ามาคอยช่วยเหลือ ซึ่งถือเป็น Creating Share Value ที่ถือเป็นการแชร์ในสิ่งที่เรามี เพื่อขยายผลต่อยอด และช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้นในอนาคตค่ะ