ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมเป็น… จิตอาสาพลังแผ่นดิน

หน้าที่ของเราคือ การส่งเสริมให้คนมีโอกาสทำดี และได้ลงมือทำ ซึ่งก็เป็นแกนหลักเดียวกันกับธนาคารจิตอาสาของเรา ที่ช่วยจับคู่ระหว่างเรื่องของงานอาสา เข้ากับคนที่อยากมาทำงานเป็นอาสาสมัคร

 

        จริงอยู่ที่การทำความดีไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครรู้ก็ได้ ตุ่ถ้าเรามองมุมกลับ และลองคิดอีกที คงจะเป็นเรื่องดีเหมือนกัน ถ้าสิ่งที่เราทำนั้น มีคนได้เห็น และถูกนำไปบอกต่อจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ อยากลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ แบบเดียวกัน และนั่นจึงเป็นแนวคิดตั้งต้นที่ทำให้ ธีระพล เต็มอุดม Co-Founder ธนาคารจิตอาสา คิดว่าถ้าอย่างนั้นควรจะมีใครสักคน ที่ขอเป็นตัวกลางช่วยส่งตอการอาสาทำความดีของคุณออกไปเผแพร่ให้ใครๆ ได้รู้

        “หลังการรสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางเราก็คุยกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าแล้วเราจะทำอะไรได้บ้างที่จะเกิดเป็นประโยชน์ และช่วยดูแลคนที่ออกมาทำความดีเพื่อถวายให้กับในหลวงในช่วงนี้ได้บ้าง”

 

หลังจากใช้เวลาเตรียมงานเพียงหนึ่งอาทิตย์ธีระพล และทีมงานก็ช่วยกันทำเว็บไซท์จิตอาสาพลังแผ่นดิน หรือ www.palangpandin.com ขึ้นมา เพื่อรวบรวมเรื่องราวของคนทำดีตามรอยเท้าของพระเจ้าอยู่หัว

        “เราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมามีคนออกมาทำความดีต่อส่วนรวมเยอะมาก อย่างเช่นน้องๆ ที่ไปช่วยกันเดินเก็บขยะ คนที่นำน้ำดื่มหรืออาหารมาแจกให้กับคนที่สนามหลวง ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ยังขาดอยู่ และเป็นหน้าที่ของเราคือ การส่งเสริมให้คนมีโอกาสทำดี และได้ลงมือทำ ซึ่งก็เป็นแกนหลักเดียวกันกับธนาคารจิตอาสาของเรา ที่ช่วยจับคู่ระหว่างเรื่องของงานอาสา เข้ากับคนที่อยากมาทำงานเป็นอาสาสมัคร

 

นอกจากวางแผนในการพัฒนาเว็บไซท์ในขั้นต่อไป การตีโจทย์ของธีระพลยังอยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้คนที่อยากลองทำความดีในแบบต่างๆ เห็นในสิ่งที่คนอื่นทำอยู่ แล้วเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเขาขยับตัวมาลงมือทำจริงๆ บ้าง 

        “การปักหมุดไว้บนแผนที่ประเทศไทยก็เป็นวิธีที่ดีในการรวบรวมเรื่องราวมของคนต่างๆ ที่สามารถกดดูได้ นั่นจะทำให้เห็นว่าการทำความดีนั้นก็เกิดขึ้นได้จากการรวมพลังเล็กๆ น้อยๆ กันขึ้นมา และค่อยๆ แผ่ขยายออกไป ซึ่งเป็นอีกนัยหนึ่งที่เราอยากสื่อความหมายของคำว่าพลังแผ่นดิน ก็คือ เป็นพลังที่ต่างคนต่างช่วยกันดูแลประเทศของเรา”

        ธีระพลเล่าให้ฟังต่อว่าช่วงนี้เป็นเวลาที่หลายคนให้ความสนใจ และได้รับแรงบันดาลใจจากในหลวง ที่อยากลุกขึ้นมาขออาสาในการทำความดี และคิดว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้างนอกจากมีส่วนร่วมในงานราชพิธีเท่านั้น ซึ่งเขาก็บอกกับเราว่า การทำความดีนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องหวืดหวา ขอให้เป้นอะไรที่เรียบง่าย และเราสามารถลงมือทำได้โดยไม่เหลือบ่ากว่าแรง

        “ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นตัวตั้งต้นของแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้คนลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้สังคมได้ดีที่สุด จะมาจากแรงใจของตัวเองจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการจัดตั้ง สั่ง หรือเป็นการมอบหมายจากหน่วยงานของตัวเอง สิ่งที่เกิดจากคนธรรมดาที่เป็นเรื่องเล็กๆ แต่เขาคิดว่าสิ่งที่เห็นอยู่ข้างหน้านั้นต้องลงมือทำต่างหากนั่นคือความยิ่งใหญ่”

 

 

เราจึงขอให้เขายกตัวอย่างที่เห้นได้ชัดเจนจากพลังของคนตัวเล็กๆ ที่ทำเรื่องง่ายๆ แต่กลายเป้นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยอ้อมให้กับเรา

        “อย่างช่วงแรกๆ เราจะเห็นว่ามีน้องๆ มาอาสาเดินเก็บขยะที่ท้องสนามหลวง หรือบางคนเห้นว่าการจราจรที่สนามหลวงนั้นมีการปิดถนนบางเส้น ทำให้บางคนเดินทางมาหรือเดินทางกลับลำบาก เขาก็จะเอามอเตอร์ไซค์ของตัวเองมาให้บริการรับส่งฟรี จนกระทั่งต่อมาเราก็เห็นว่าเริ่มมีหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ที่มาช่วยจัดสรรทีมงานมาช่วยเก็บขยะ ทางขสมก. ก็เปิดให้บริการรถรับส่งฟรีที่หน้าสนามหลวง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เริ่มมาจากคนธรรมดาไม่กี่คน และเป็นเรื่องของการอาสาทำความดีที่ไม่ต้องแปลก ไม่ต้องแตกต่าง เรียบง่าย ลงมือทำได้เลย ไม่ต้องรีรอ”

 

ต้องยอมรับว่าสังคมไทยจะมีเส้นบางๆ กันอยู่ระหว่างความอยาก ‘โชว์’ และความอยาก ‘ทีดี’ ซึ่งธีระพลก็คิดแบบเดียวกับเรา

        “เรื่องนี้ผมก็คิดไว้เหมือนกัน เพราะส่วนหนึ่งคนไทยจะมีความเขินอายเวลาทำความดี และไม่อยากบอกใคร เหมือนกับที่เขาเรียกว่าปิดทองหลังพระ แต่จากงานของธนาคารจิตอาสาหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาผมก็พบว่ามีคนที่ถ่ายรูป และแชร์สิ่งที่เขาทำเหมือนกำลังแบ่งปันความสุขไปยังคนอื่น ผมจึงคิดว่าเว็บไซท์ของเราเป็นการออกมาเชียร์ให้คนมาร่วมกันแบ่งปันความสุขให้กันและกันมากกว่า

        “และถ้าเรื่องที่เราเล่าออกไปทำให้คนอื่นเห็นแล้ว อยากมาร่วมทำความดีแบบเดียวกัน คำว่าโชว์ก็จะหกลายเป็นคำว่า ‘ชวน’ ขึ้นมาแทน การสร้างแรงบันดาลใจจะแตกต่างหรือเหมือนกันก็แล้วแต่มุมมองของใคร ซึ่งผมว่าเรื่องนี้ไม่ต้องมาคิดมาก ถ้าเราไม่เริ่มลอง เราก็จะไมได้ทำอะไรสักที และคนที่กกำลังจะเริ่มลองทำความดี ก็ขอให้รู้ว่าสิ่งที่เราทำนั้น ทำเพื่อจะชักชวนคนอื่นให้มาทำความดีร่วมกัน”

 

 

แต่การจะทำความดีสักอย่างนอกจากเรื่องของมารที่เข้ามาผจญแล้ว สิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่กลับอยู่ที่ความคิดของตัวเองข้างใน

        “ถ้าเราคิดแต่ว่าเดี๋ยวค่อยทำ หรือไม่เห็นจำเป็นต้องทำเลย คนมากันตั้งหลายหมื่นคนจะเก็บขยะยังไงไหว ให้ทางกทม. จัดการก็แล้วกัน หรือคนมากันเยอะถ้าการจราจรมีปัญหาเดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่ก็มาจัดการเอง ความคิดเหล่านี้ไม่ผิด และเป็นเรื่องทั่วไปที่ใครๆ ก็คิดกัน แต่สำหรับคนที่คิดว่ามือเล็กๆ ของเราอาจจะทำประโยชน์อะไรกับคนอื่นได้บ้าง และขอเท่าเท่าที่ตัวเองจะทำไหว สิ่งนี้ต่างหากที่แสดงออกถึงสปิริตของคนที่ไม่เคยคิดท้อถอย และไม่เคยคิดว่าจะทำความดีเพือเอาไปอวดใคร” 

 

ปัจจุบันความคิดของคนก็แตกต่าง และมีความหลากหลาย ธีระพลก็หวังว่าการเกิดขึ้นของเว็บไซท์จิตอาสาพลังแผ่นดิน จะช่วยก่อให้เกิดการเปล่ยนแปลงในด้านความคิดของคนในสังคมด้วยอีกทาง 

        “ตอนนี้เราอยู่ร่วมกันอย่างเปิดกว้าง และคนเราก็มีความคิดที่แตกต่างกันมากกว่าเดิม จนทำให้เรื่องบางเรื่องถูกบิดออกไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น เช่น เราอาจจะเคยชินกับการเดินข้ามถนนทั้งๆ ที่สะพานลอยตั้งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว หรือเราเห็นว่าบริเวณหน้าตึกที่ทำงานอยู่สกปรกเราก็หยิบไม้กวาดลงไปกวาด แล้วเพื่อนก็มาทักเราว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ นี่เป็นหน้าที่ของคนอื่น ประหลาดจัง คนที่โดนพูดแบบนี้เข้าไปก็จะเริ่มกลัวไม่กล้าทำอะไรดีๆ แบบนี้อีก ผมจึงอยากบอกว่าทำความแล้วไม่ต้องอาย ถ้าเรามุ่งมั่นทำให้คนอื่นเห็นว่าการทำความดีเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับที่ใครๆ มองว่าข้ามถนนไม่ต้องใช้สะพานลอยก็ได้คือเรื่องปกติ แล้วเราก็ทำไป จนคนอื่นเห้นว่าการทำเรื่องดีๆ นั้นคือเรื่องปกติ เดินจากสถานนีรถประจำทางเข้าออฟฟิศ เห็นขยะข้างทางก็หยิบมาทิ้งที่ทำงาน และเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงสังคมเล็กๆ น้อยๆ ก็จะเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปนี่คือสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้”

 

 

ความชัดเจนที่เขาเล่าก็ไม่ได้อยุ่ไกลตัวเราที่ไหนเลย เพราะตอนนี้สิ่งที่คนทำความดีได้แสดงออกมาให้เห็นแล้วว่าไม่ได้อยู่แค่กลุ่มคนที่สนามหลวงเท่านั้น แต่กำลังแผ่ขยายออกไปตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย 

        “ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีชุมชนที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง มาช่วยส่งเสริมให้คนลดการดื่มสุรา หรือเลิกเหล้าได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ดครงการแบบนี้ก็มีเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ของพวกเขาเป็นการทำเพื่อให้คำมั่นสัญญาที่เกิดจากแรงศรัทธา ซึ่งสิ่งที่เขาเชื่อมันนี้จะทำให้คนมีพลัง ทำให้รู้สึกว่าเขากำลังลงมือทำประโยชน์ให้กับสังคม และตัวเองจริงๆ ได้สานต่อพระราชปณิธานของในหลวง และการทำความดีที่เกิดขึ้นจากเรื่องธรรมดา ทำจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่เป้นการทำจากความตั้งใจของตัวเอง สิ่งนี้แหละที่ทำให้การทำความดีของเรานั้นมีความแตกต่าง และมีพลัง”

 

        หมุดหมายการทำความดีของเว็บไซท์จิตอาสาพลังแผ่นดิน กำลังค่อยๆ ถูกปักเพิ่มขึ้นทีละนิด และแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ บนแผนที่ประเทศไทย แต่สิ่งที่เรา และธีระพลคาดหวังไว้กว่านั้นก็คือ การเห็นหมุดหมายเหล่านั้นปักอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งก็ไม่ใช่ฝันที่เกินความจริงนัก เพราะเราเชื่อว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็สามารถทำอะไรดีๆ ให้กับโลกใบนี้ได้