หุ่นยนต์สำหรับเด็กออทิสติก

ทำความรู้จัก “นาว” (Nao) และ “เลก้า” (Leka) หุ่นยนต์ที่จะช่วยรักษาเด็กที่มีปัญหาทางด้านการพัฒนาการและออทิสติก

อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระหรือไม่มีทางเป็นจริงได้ เมื่อเราพูดว่า หุ่นยนต์สามารถทำให้เด็กออทิสติกสื่อสารกับผู้คนได้ดีขึ้น

ในวันนี้เราจะพาคุณๆ มารู้จัก “นาว” (Nao) และ “เลก้า” (Leka) หุ่นยนต์  2 ตัว ที่เป็นมากกว่าของเล่น ที่ไม่เพียงให้ความสนุกสนานเท่านั้น แต่บทบาทหลักของมันก็คือ การเยียวยาเด็กๆ ที่ป่วยเป็นออทิสติก และมีปัญหาด้านการพัฒนาการให้สามารถอยู่ในสังคมเช่นเดียวกับคนปกติมากยิ่งขึ้น

เรามาเริ่มกันที่ “นาว” หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายคน ที่มีสูง 2 ฟุต นักวิจัยรายงานว่าเด็กออทิสติกที่อยู่ระหว่างการรักษาร่วมกับ หุ่นยนต์ตัวนี้นี้ จะทำให้พัฒนาการเข้าสังคมได้ดีกว่าเด็กออทิสติกที่ไม่ได้ใช้นาว

“การวิจัยนี้ใช้การร่วมกันของการรักษาพฤติกรรมและหุ่นยนต์” อลิเซีย ฮัลลาเดย์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของมูลนิธิวิทยาศาสตร์ออทิสติกกล่าว

เด็กออทิสติกส่วนใหญ่มีปัญหาการเข้าสังคม พวกเขาไม่สบตาแต่จะมองไปที่อื่นแทน และมีปัญหาในการหยิบยื่นสิ่งต่างๆให้คนอื่น อย่างเช่น รอยยิ้ม

เพื่อช่วยให้เด็กออทิสติกเรียนรู้ทักษะทางสังคม หลายทศวรรษที่ผ่านมา นักบำบัดได้ใช้วิธีพฤติกรรมบำบัด (Pivotal Response Treatment (PRT)) เป็นรูปแบบของการวิเคราะห์พฤติกรรมที่ใช้เล่นเพื่อเพิ่มความปรารถนาของเด็ก ๆ ในการเรียนรู้พฤติกรรมทางสังคมที่ดี

นักวิจัยชาวดัตช์ประเมินว่า PRT ซึ่งรวมถึงหุ่นยนต์นี้จะสร้างความประทับใจที่ยั่งยืนแก่เด็ก ๆ หรือไม่

นาว ผลิตโดย Aldebaran Robotics ซึ่งเป็น บริษัท ชาวฝรั่งเศสที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์รูปมนุษย์

นาวสามารถเดินพูดคุยเต้นรำและมีส่วนร่วมกับเด็ก ๆ ในกิจกรรมต่างๆเพื่อปรับปรุงความสามารถในการอ่านการแสดงออกทางสีหน้าและรักษาสายตาที่เหมาะสม เมื่อประสบความสำเร็จชาวหนาวก็สามารถมอบรางวัลให้กับเด็ก ๆ ด้วยการ ไฮ-ไฟว์

หัวหน้านักวิจัย ไอริส สมีเคนส์ (Iris Smeekens) นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ Radboud University Medical Center ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า เด็กทั่วไปรักการเล่นกับหุ่นยนต์และการวิจัยก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นว่าเด็กออทิสติกก็เช่นกัน

"หุ่นยนต์ดึงดูดเด็ก ๆ หลายคนที่เป็นโรคออทิสติก และแสดงพฤติกรรมที่คาดการณ์ได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับมนุษย์ " สมีเคนส์กล่าว

การทำการวิจัยจะอยู่ในช่วง 20 สัปดาห์ นักบำบัดจะควบคุมหุ่นยนต์ผ่าน 9 เกมส์ ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเกมส์ที่มุ่งเน้นพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น การขอสิ่งของ การขอความช่วยเหลือ หรือการตั้งคำถาม

3 เดือนหลังจากการวิจัยสิ้นสุดลง ผู้ปกครองจะทำการสำรวจอาการออทิสติกของเด็กโดยใช้แบบสอบถามที่มุ่งเน้นทักษะทางสังคม

นักวิจัยพบว่าเด็กทำคะแนนได้ดีขึ้นหากพวกเขาเข้ารับการรักษาด้วยหุ่นยนต์เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาแบบพฤติกรรมบำบัด (PRT) เพียงเดียวหรือ การรักษาแบบมาตรฐานทั่วไป

ขั้นตอนต่อไปคือการทดสอบการรักษาโดยหุ่นยนต์ในรูปบบต่างๆมากขึ้นและมีระยะติดตามผลนานขึ้น สมีเคนส์กล่าว

นอกจากนี้นักวิจัยจะปรับแต่งการบำบัดเพื่อให้การรักษาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นสำหรับเด็ก

"เราสังเกตเห็นว่า  9 เกมที่แตกต่างกัน มีระดับความซับซ้อนอยู่ 7ระดับ ไม่ตรงกับพฤติกรรมเป้าหมายทั้งหมดของเด็กแต่ละคน" สมีเกนส์กล่าว

"มันสำคัญที่เกมส์จะให้ข้อมูลสำหรับพฤติกรรมของหุ่นยนต์สามารถปรับเนื้อหาและระดับความซับซ้อนได้มากขึ้น ในระหว่างการปฏิสัมพันธ์ของหุ่นยนต์กับเด็ก เพื่อให้ตรงกับพฤติกรรม ทักษะ และความสนใจของเด็ก" เธออธิบาย

สมีเคนส์กล่าวต่อว่า แม้ว่าผลการวิจัยเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ แต่นักวิจัยก็ยังจะต้องหาว่า "องค์ประกอบเฉพาะตรงไหน จะเหมาะและเป็นประโยชน์สำหรับเด็กที่มีโรคออทิสติกคนใด ก่อนที่ใช้หุ่นยนต์ในการรักษาได้"

 

สำหรับหุ่นยนต์อีกตัวชื่อว่า เลก้า (Leka) เป็นของเล่นอัจฉริยะ หุ่นยนต์สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการพัฒนาการ

เลก้าเริ่มคิดค้นโดยชาวฝรั่งเศสชื่อเดียวกัน เป็นหุ่นยนต์ทรงกลมเล็กๆ โดยมีเป้าประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กออทิสติกและเด็กที่มีปัญหาทางพัฒนาการให้สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ มีเป้าหมายให้ใช้ในโรงเรียน หรือสถานบำบัดที่ดูแลเด็กออทิสติกหรือที่มีปัญหาด้านอื่นๆ โดยออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้ทั้งที่มีผู้ดูแลคอยควบคุม และให้เด็กออทิสติกในทุกช่วงวัยได้ใช้มันเองอย่างเป็นอิสระ เนื่องจากเด็กเหล่านี้มักมีปัญหาในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น การใช้ตัวชี้นำทางสังคมและการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมแบบดั้งเดิม โดยมีเลก้าช่วยทำหน้าที่เป็นตัวกลาง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันคือเพื่อนหุ่นยนต์คนหนึ่งที่เด็กออทิสติกสามารถพัฒนาตัวเองได้ดีกว่าความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่นั่นเอง

เลก้า มีแสงไฟ LED สีสันสดใส เล่นดนตรีและส่งเสียงสดใสเช่นเดียวกับมนุษย์และมีแรงสั่นสะเทือนเบาๆ และมันมีหน้าจอด้วย ซึ่งจะโชว์การแสดงออกทางสีหน้าและยังสามารถนำมาใช้เพื่อแสดงภาพถ่ายและวิดีโอ

อย่างไรก็ตามหน้าที่หลักของมันคือ เป็นเกมส์สำหรับการหาความรู้ สามารถปรับแต่งเพื่อปรับเปลี่ยนปริมาณการกระตุ้นและระดับการปฏิสัมพันธ์กับเด็กแต่ละคนที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน

เกมส์บางเกมส์ก็เป็นเกมส์ง่ายๆ อย่างให้เรียงสีให้ถูกต้องตามวัตถุที่กำหนดให้ ขณะที่อย่างอื่นอาจจะให้เด็กมุ่งเน้นไปที่กระตุ้นให้เด็กได้ทำตามคำสั่งต่างๆ โดยผู้ใหญ่สามารถเฝ้าสังเกตพฤติกรรมต่างๆในช่วงนี้ได้

นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ส่องทางสว่างให้กับชีวิตเด็กๆ ออทิสติกอย่างยั่งยืนทีเดียว

 

ที่มา :

https://medicalxpress.com/

https://www.theverge.com/